บ้านคือ สถานที่ที่เราใช้ในการพักผ่อน เป็นที่เดียวที่ทำให้เรารู้สึกอบอุ่นใจ  เป็นตัวของตัวเองมากที่สุด  และบ้านยังบ่งบอกความเป็นตัวตนของเจ้าของบ้านอีกด้วย  ด้วยที่รูปแบบของบ้านแต่ละหลังไม่เหมือนกัน  วัสดุที่ใช้ก่อสร้างบ้านก็ไม่เหมือนกัน  บางคนชอบบ้านที่ก่อด้วยปูน  เพราะรู้สึกทนทาน แข็งแรง เป็นโมเดลและดูทันสมัย แต่บางคนชอบบ้านไม้ เพราะไม้ให้ความอบอุ่น ให้กลิ่นไอของความเป็นธรรมชาติ และเป็นบ้านที่ดูคลาสสิก  ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ยุคกี่สมัยก็ยังเป็นที่นิยม และยิ่งไปกว่านั้น บ้านไม้ ยังแสดงถึงฐานะของเจ้าของบ้าน ยิ่งบ้านไม้หลังใดปลูกสร้างจากไม้สักด้วยแล้วยิ่งบ่งบอกถึงความมั่งคั่งของเจ้าชอบบ้าน

แม้ในปัจจุบัน บ้านไม้ จะมีการออกแบบที่หลากหลาย บางหลังเน้นในลักษณะเรือนไทย ทรงโบราณ คลาสสิก แต่บางหลังก็ออกแบบให้เป็นแนวโมเดล ดูทันสมัย บ้านบางหลัง ก็ออกแบบโดยผสมผสานระหว่างความเป็นปูนกับความเป็นไม้ได้อย่างลงตัว เพื่อตอบสนองความสุขทางจิตใจของเจ้าของบ้าน ที่ได้อยู่ในบ้านที่ตนรัก  และแน่นอน เมื่อมีบ้านอันเป็นที่รัก การดูแลรักษาบ้านให้สวยและอยู่คู่กับเจ้าของบ้านไปตราบชั่วชีวิตเป็นสิ่งที่เจ้าของบ้านพึ่งต้องกระทำ  ยิ่งสำหรับบ้านไม้ด้วยแล้ว ต้องใช้ความใส่ใจในการดูแลรักษามากเป็นพิเศษ ซึ่งวิธีการดูแลบ้านไม้ นั้นขอเพียงเป็นคนช่างสังเกต โดยเจ้าของบ้านต้องหมั่นสำรวจบ้านทั้งภายในและภายนอกเสมอ เริ่มต้นด้วยบริเวณบ้านภายนอกที่โดนทั้งลม ทั้งแดด ทั้งฝนไม่ว่าจะเป็นส่วนของผนังไม้ด้านนอก ประตูหน้าต่าง  ควรสำรวจว่ามีส่วนใดเกิดอาการโก่งตัว หดตัว หรือ บิดตัว ซึ่งหากไม้ส่วนใดเกิดอาการเช่นนี้ให้ทำการขัดเนื้อไม้ส่วนที่เสียออกแล้วทำการขัดไสไม้ทั้งแผ่นนั้นให้เรียบเสมอกัน เพื่อที่จะทาสีไม้ใหม่ โดยสีที่ทา ควรเป็นสีน้ำมัน สีน้ำพลาสติกสำหรับงานไม้โดยเฉพาะ โดยทาหลายๆชั้น แต่ละชั้นควรทิ้งให้สีแห้งอย่างน้อย 6 ชั่วโมง  หลังจากนั้นให้ทาน้ำยากันแมลงที่กินไม้ด้วยเพื่อป้องกันไม้จากการถูกกันกินจากปลวก มด มอด  ในส่วนของไม้ที่เป็นส่วนประกอบภายในตัวบ้าน  ด้วยที่ไม้เหล่านี้มักไม่ต้องต่อสู้กับ ลม แดด ฝน แต่ต่อสู้กับการใช้งานของเจ้าของบ้านและคนในบ้าน จึงอาจเกิดร่องรอยขีดข่วนได้ และความมันเงาของไม้จะลดน้อยลงอันเกิดจากการเสียดสี เดินไปเดินมาของคนในบ้าน วิธีการดุแลคือ  ต้องมั่นถูทำความสะอาดไม้และลงน้ำยาเคลือบผิวไม้ชนิดฟิล์มเพื่อเพิ่มความมันเงาให้เนื้อไม้ และส่วนประกอบที่เป็นฟิล์มก็จะเคลือบผิวไม้ไว้อีกชั้นหนึ่งอันเป็นการป้องกันรอยขีดข่วนจากการใช้งานนั้นเอง  และส่วนสุดท้ายของบ้าน คือ พื้นทางเดิน ระเบียง หรือชานไม้ที่ต้องตากแดด ตากฝน ตากลม  ส่วนตรงนี้เมื่อถูกทำเป็นทางเดินจึงต้องใช้ไม้เนื้อแข็ง โดยวิธีการดูแลรักษานั้น ต้องมั่นทาสีย้อมไม้เพื่อลดความความชื้นของเนื้อไม้ และสีย้อมไม้ที่ควรเลือกนั้น ควรเลือกประเภทที่ผสมน้ำยากันแมลงที่กินไม้ด้วย

จะเห็นได้ว่า วิธีการดูแลรักษาบ้านไม้ นั้น ไม่ใช่เรื่องยาก แต่อาศัยความใส่ใจ ความละเอียด ในการดูแล เพราะ ไม้เป็นวัสดุก่อสร้างที่เกิดจากธรรมชาติ จึงย่อมมีการสูญสลายตามกาลเวลาเช่นเดียวกับร่างกายมนุษย์ แต่หากเจ้าของบ้านใส่ใจในไม้ที่เป็นบ้านของคุณ ก็เหมือนกับการที่เราดูแล ออกกำลังกายอยู่เสมอ ร่างกายก็จะแข็งแรงและมีอายุที่ยืนยาวเช่นเดียวกับบ้านไม้ของคุณ

Facebook Comments