“ควรทำประกันภัยคอนโด ดีไหม”  คำถามยอดฮิตสำหรับผู้กู้สินเชื่อซื้อคอนโดจากธนาคาร  หลายท่านที่กำลังวางแผนซื้อคอนโดอาจยังไม่ทราบว่า   เมื่อไรก็ตามที่คุณทำการขอกู้สินเชื่อกู้ซื้อคอนโด ธนาคารบางแห่งจะบังคับให้คุณทำประกันภัยคอนโด แต่ธนาคารบางแห่งอาจจะเสนอให้คุณเลือกทำประกันภัยคอนโด  โดยยื่นขอเสนอการลดดอกเบี้ยเข้ามาเป็นตัวเสริมชวนให้คุณทำประกันภัยคอนโด  แน่นอน บางท่านไม่อยากทำเพราะไม่อยากเป็นหนี้มากขึ้น  แต่บางท่านก็เลือกทำเพราะมองว่า  หากเอาเบี้ยประกันหารจำนวนเดือนแล้ว ตรงหลักร้อย ถือว่าถูกมาก  ซึ่งเป็นความคิดส่วนตัวและเป็นเรื่องของปัจจัยของแต่ละคนที่จะเลือกนั้นเอง

เมื่อกล่าวถึงประกันภัยคอนโด  ก็ไม่ต่างจากประกันรถยนต์  โดยในกรมธรรม์จะระบุความคุ้มครองกรณีเกิดเหตุที่ไม่คาดฝันหนึ่ง เช่น ไฟไหม้ หรือ น้ำท่วม  หากเกิดขึ้นกับห้องของคุณ ทางบริษัทประกันภัยก็จะจ่ายค่าชดเชยให้ตามจำนวนที่ระบุในกรมธรรม์ โดยรายละเอียดของกรมธรรม์แต่ละบริษัทจะไม่เหมือนกัน บางกรมธรรม์ก็จะเพิ่มความคุ้มครองให้โดย กำหนดว่า หากห้องที่เอาประกันภัย เกิดไฟไหม้, ฟ้าผ่า, ระเบิด, ภัยจาการเฉี่ยวหรือการชนจากยวดยานพาหนะ,  ภัยจากน้ำ (ไม่รวมน้ำท่วม) , ภัยจากอากาศยาน  เจ้าของห้องผู้เอาประกันภัยก็จะได้รับเงินชดเชยจากการเกิดภัยดังกล่าว  ซึ่งหากมองในแง่ของการดูแลรักษาคอนโดแล้วก็ถือเป็นเรื่องที่ดี เพราะบางครั้ง ภัยเหล่านี้คือ ภัยในอนาคตที่ไม่อาจคาดการณ์ได้ว่าจะเกิดขึ้น หากไม่เกิดก็ถือว่าเป็นการซื้อความเสี่ยงไป แต่หากเกิดก็ถือว่าเป็นเรื่องที่โชคดีที่ได้ซื้อกรมธรรม์ไว้  ด้วยที่ผู้เขียนเคยประสบพบเจอมากับตัวเอง  โดยคอนโดที่ผู้เขียนซื้อไว้เพื่อปล่อยเช่า  แต่มีช่วงเดือนหนึ่งที่ห้องว่าง  ไม่มีผู้อยู่อาศัยในห้อง  ปรากฏว่าห้องข้างๆ เกิดท่อน้ำแตกจนท่วมห้องแล้วซึมมายังห้องของผู้เขียน จนห้องของผู้เขียนก็ถูกน้ำท่วมเต็มห้องจนล้นไปยังทางเดินคอนโด  ซึ่งก็ใช้เวลาผ่านไป  3 วันเต็ม จึงทราบว่า ห้องของตนเองน้ำท่วม  เฟอร์นิเจอร์บิ้วอินทั้งหมดภายในห้องบวมน้ำ  ต้องรื้อเตียงทิ้ง  รื้อพรมทิ้ง  เชววางของที่บิ้วอินก็เสียหายบวม โกงหมด  ต้องเสียเงินค่ารื้อพรม และทำการปูกระเบื้องใหม่ รื้อเฟอร์นิเจอร์ที่เสียออกและเปลี่ยนเฟอร์นิเจอร์ใหม่  ซึ่ง  ณ  ตอนนั้น ต้องขอบคุณเจ้าหน้าที่ธนาคารมากที่ได้พยายามขายกรมธรรม์ให้ผู้เขียน เพราะเหตุการณ์ในวันนั้น ทางผู้เขียนได้ทำการถ่ายรูปห้องและเฟอร์ที่ถูกน้ำท่วมแล้วทำเรื่องเคลมประกัน ซึ่งไม่นาน ทางบริษัทประกันภัยก็ได้จากเงินชดเชยมาให้ นับว่าเป็นความโชคดีของผู้เขียนเป็นอย่างยิ่ง

จากเหตุการณ์ น้ำท่วมห้องในครั้งนั้น  ทำให้ความคิดของผู้เขียนเปลี่ยนไป จากแต่ก่อนเสียดายเงินที่ต้องจ่ายทิ้งไป หากไม่มีภัยใดเกิดขึ้น  แต่คุณเชื่อเถอะว่า  ในวันที่คุณโชคร้าย หากวันนั้น คุณได้วางแผนสำรองเพื่อช่วยเหลือตัวเองล่วงหน้าในอนาคตไว้แล้ว  คุณจะรู้สึกปลอดภัย และจะไม่รู้สึกเสียดายเงินที่ต้องจ่ายเป็นเบี้ยประกันภัยเลย

Facebook Comments